หากเราจะเอ่ยถึง ‘กลุ่มโรค NCDs’ ผู้อ่านหลายท่านคงจะไม่คุ้นหูกันสักเท่าไหร่ หรือบางท่านอาจไม่รู้จักกลุ่มโรคนี้ด้วยซ้ำไป เบื้องต้นทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้ให้คำจำกัดความเบื้องต้นว่า NCDs เป็นโรคของความไม่รู้หรือโรคจากการทำร้ายตัวเอง เพราะทุกอย่างที่ทำเป็นตัวกำหนดโรคที่เราจะเป็น

พอเกริ่นๆ มาอย่างนี้แล้ว ผู้อ่านคงจะสงสัยและอยากทำความรู้จักกับกลุ่มโรคนี้ให้มากขึ้น ดังนั้น ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG จะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจและรู้จักกับกลุ่มโรคนี้ให้มากขึ้น

NCDs (Non-Communicable Diseases) หมายถึง กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อหรือจากเชื้อโรค โดยไม่ติดต่อผ่านการสัมผัส คลุกคลี หรือผ่านตัวนำโรค แต่เกิดจากความเสื่อมสภาพของร่างกาย และส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบไม่ระมัดระวังของตัวเราเอง

โดยในกลุ่มโรคนี้มี 6 โรค ได้แก่

1. โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง ผลมาจากการที่ร่างกายขาดอินซูลินหรือดื้อต่อฤทธิ์ของอินซูลิน ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลไปใช้ได้หมด น้ำตาลจึงตกค้างในกระแสเลือดมากเกิน จึงทำให้เกิดโรคเบาหวาน

สาเหตุ

กรรมพันธุ์ โรคเบาหวานเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้โดยตรง หากมีคนในครอบครัวเป็น ความเสี่ยงของโรคนั้นจะเพิ่มขึ้นไปอีก นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลและไขมันสูง หรืออาหารที่ไม่มีประโยชน์ก็เป็นสาเหตุหลัก เพราะการรับประทานอาหารเหล่านี้จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกิน จนทำให้ไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้หมด

2. โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ

โรคหลอดเลือดสมอง เป็นการหยุดการทำงานของสมองอย่างเฉียบพลันจากสภาวะที่ลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือด หรือหลอดเลือดแตกทำให้เกิดอาการผิดปกติ

โรคหลอดเลือดหัวใจ เกิดจากการที่หลอดเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจตีบส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย จนส่งผลให้เกิดอาการแน่นหน้าอกและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

สาเหตุ

โรคนี้มีหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง พฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลทำให้ไขมันในเลือดสูง และไปเกาะตามผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดตีบ อ่อนแอ อาจจะทำให้เกิดการแตกหรืออุดตันได้

3. โรคถุงลมโป่งพอง เป็นโรคหลักของกลุ่มโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เกิดจากการอักเสบและแตกของเนื้อปอดที่อยู่บริเวณถุงลมปอดทำให้เนื้อปอดมีถุงลมเล็กๆ และเมื่อรวมกับถุงลมจะกลายเป็นถุงลมขนาดใหญ่ทำให้มีพื้นผิวในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในปอดลดลง หรืออากาศค้างในปอดมากกว่าปกติ

สาเหตุ

การสูบบุหรี่ถือเป็นสาเหตุหนึ่ง โดยผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสที่จะถุงลมโป่งพองมากกว่าคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่ นอกจากนี้การที่ร่างกายได้รับหรือสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นทางอากาศอยู่เป็นประจำก็เป็นสาเหตุโรคนี้ได้เช่นกัน เช่น บุหรี่ มลพิษในอากาศ สารเคมี เป็นต้น

4. โรคมะเร็ง คือ กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับการเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติ โดยเซลล์จะแบ่งตัวและเจริญเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อให้เกิดเนื้องอกร้ายจนรุกรานร่างกายและอาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นผ่านระบบน้ำเหลืองและกระแสเลือดได้

สาเหตุ

เนื่องจากว่าโรคมะเร็งมีหลายชนิดทำให้มีหลายสาเหตุ เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ มีสารปนเปื้อนในอาหาร และเครื่องดื่มที่รับประทานเป็นประจำ สารเคมี หรือมลภาวะสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ต่างก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งได้

5. โรคความดันโลหิตสูง เป็นภาวะความดันที่อยู่ในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติอยู่ตลอดเวลา โดยอาการ อาจมีเลือดกำเดาออกบ่อยครั้งและปวดหัวเฉียบพลัน

สาเหตุ

เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยเฉพาะอาหารรสเค็มจัดเป็นประจำ จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคนี้ นอกจากนี้ยังมีการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ที่เป็นตัวกระตุ้นให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น ส่งผลต่อความดันในหลอดเลือดสูงขึ้น

6. โรคอ้วนลงพุง เป็นภาวะที่น้ำหนักตัวมากและร่างกายไม่ได้เผาผลาญจนเกิดสภาวะอ้วน โดยเฉพาะบริเวณเอวที่เกิดจากการที่มีไขมันสะสมในช่องท้องมาก จึงส่งผลให้หน้าท้องยื่นจนเห็นได้ชัด นอกจากนี้อาจยังเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน

สาเหตุ

การรับประทานอาหารเป็นสาเหตุที่สำคัญของโรคนี้ โดยการรับประทานอาหารหวาน อาหารมัน ขนมคบเคี้ยว หรือน้ำอัดลมมากเกินไปจะส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันส่วนเกิน หากรับประทานไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดการสะสมจนเกิดเป็นโรคอ้วนลงพุงได้

 

จากโรคที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นจะเห็นได้ว่าสาเหตุหลักๆ มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุเช่นเดียวกัน

หากผู้อ่านกำลังพบว่าตัวเองเข้าข่ายที่จะเป็นโรคกลุ่ม NCDs เราจะต้องป้องกันและหลีกเลี่ยงก่อนที่โรคเหล่านี้จะเกิด เช่น หันมารับประทานสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย งดสูบบุหรี่ งดปาร์ตี้สังสรรค์ หาความสนุกให้ตัวเอง และหันมาออกกำลังกาย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง นอกจากสุขภาพจะแข็งแรงแล้ว จิตใจของเรายังเบิกบานอีกด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก