ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาหารรสจัดเป็นเมนูที่โปรดปรานของใครหลายคน เนื่องด้วยพื้นเพประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอาหารรสจัดจ้านเกือบทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นเมนูเด็ดอย่างส้มตำ ต้มยำกุ้งเมนูขึ้นชื่อ หรือแกงมัสมั่นที่คว้าอันดับ 1 สุดยอดอาหารอร่อยที่สุดในโลกไปครอง ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารรสจัดทั้งหมด ด้วยรสชาติที่ถึงใจ ครบทั้งเผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็ม จึงทำให้อาหารรสจัดเป็นที่ถูกปาก ถูกใจของทุกคน

แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารรสจัดที่เราชอบรับประทานนั้น หากรับประทานเป็นประจำจะส่งผลร้ายทำลายสุขภาพ โดยที่เราไม่ได้คาดคิดและไม่รู้มาก่อน ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG จึงมีข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

 

รสเผ็ด

รสชาติจัดจ้านที่ถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะปรุงอาหารใดก็ขอปรุงให้เผ็ดนำไว้ก่อน แต่การที่รับรสเผ็ดเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก เช่น

 

รสเค็ม

รสชาติเค็มที่หลายคนชื่นชอบไม่แพ้กัน โดยปกติร่างกายควรจะรับประทานโซเดียมไม่เกินวันละ 2,400 มิลลิกรัม ถ้าเกินจะทำให้สะสมในร่างกาย เสี่ยงต่อโรคร้ายแรงได้ เช่น

 

รสหวาน

รสชาติที่ถูกใจใครหลายคนเพราะรสหวานช่วยส่งเสริมรสชาติอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น และไม่เพียงในอาหารเท่านั้น รสหวานยังเป็นรสสำคัญที่ช่วยเสริมทำให้ขนม เครื่องดื่มหลากชนิดอร่อยขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อสุขภาพแย่ได้

 

รสเปรี้ยว

รสเปรี้ยวมีทั้งจากธรรมชาติที่อยู่ในผักผลไม้ เช่น มะนาว ส้ม มะขาม สับปะรด มะเขือเทศ และรสเปรี้ยวที่มาจากการสังเคราะห์อย่างน้ำส้มสายชู น้ำมะนาวเทียม โดยรสที่มาจากธรรมชาติจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ในทางกลับกันรสเปรี้ยวที่มาจากการสังเคราะห์ส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่า

 

หากรู้อย่างนี้แล้วควรหันมาสำรวจตัวเองว่าเรารับประทานอาหารรสจัดเกินไปหรือเปล่า เพราะถ้าสะสมในร่างกายนานวันเข้าก็จะก่อให้เกิดโรคร้ายแรงตามมา ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่พอดีไม่เผ็ดมาก ไม่หวานจนเกินไป ลดการปรุงอาหารรสจัด ปรุงอาหารแต่พอดีทั้งเผ็ด หวาน เค็ม เปรี้ยว เริ่มง่ายๆ จากเมนูในชีวิตประจำวันของเรา พร้อมออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพราะ THG อยากเห็นคนไทยห่างไกลโรค และมีสุขภาพแข็งแรง