ผู้อ่านคงจะเคยได้ยินและคุ้นเคยกับชื่อ ‘ข้าวไรซ์เบอร์รี่’ กันมาพอสมควร เนื่องจากว่าข้าวชนิดนี้กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ของคนรักสุขภาพ ด้วยประโยชน์ที่มากล้น จนเป็นการเชื้อเชิญให้หลายคนอยากจะลองเปลี่ยนจากข้าวธรรมดาที่รับประทานอยู่ทุกวัน มาเป็นข้าวเมล็ดม่วงนี้แทน ดังนั้น ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG จึงอยากพาผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จักกับข้าวสารพัดประโยชน์ชนิดนี้กัน

‘ข้าวไรซ์เบอร์รี่’ เป็นข้าวสายพันธุ์ไทยเกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทำให้ได้ข้าวเมล็ดเรียวยาว มีสีม่วงเข้มธรรมชาติคล้ายลูกเบอร์รี่ทำให้เป็นที่มาของชื่อ นอกจากนี้ยังสามารถปลูกได้ตลอดปี มีอายุการเก็บเกี่ยว 130 วัน

ที่สำคัญคือข้าวชนิดนี้อุดมไปด้วยสารอาหาร พร้อมวิตามินที่มีคุณค่าต่อร่างกาย เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินอี โอเมก้า 3 สังกะสี เป็นต้น โดยสามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลสุขภาพ เนื่องจากผ่านการขัดสีแค่บางส่วนจึงทำให้คุณประโยชน์ยังอยู่ครบถ้วน

ประโยชน์ของข้าวไรซ์เบอร์รี่ สามารถช่วยบำรุงส่วนต่างๆ ภายในร่างกายเพราะมีสารอาหารสำคัญหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น

ข้าวไรซ์เบอร์รี่นำไปทำอะไรได้บ้าง

ในปัจจุบันข้าวไรซ์เบอร์รี่ยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากเมนู ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล แต่โดยส่วนมากข้าวสายพันธุ์นี้จะถูกนำไปอยู่ในอาหารคลีนที่เป็นเมนูของคนรักสุขภาพ เช่น ข้าวผัดไรซ์เบอร์รี่อกไก่ โจ๊กไก่ข้าวไรซ์เบอร์รี่ นอกจากนี้ข้าวเมล็ดม่วงยังถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว แป้งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว ไอศกรีม เป็นต้น

หากรู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมหันมารับประทานข้าวไรซ์เบอร์รี่ เพราะมีประโยชน์และได้สารอาหารที่ครบครัน ชะลอการเกิดโรค และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ทั้งนี้ผู้อ่านควรจะออกกำลังกายควบคู่ไปกับการเลือกรับประทานอาหาร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ : https://www.thairicedb.com/rice-detail.php?id=15